ทุนใหญ่ญี่ปุ่น-ไทย นำเทคโนโลยีวิเคราะห์ข้อมูลดาวเทียมขั้นสูงเข้าสู่ประเทศไทย ยกระดับเมืองอัจฉริยะ เกษตรกรรม โครงสร้างพื้นฐาน การจัดการภัยพิบัติความปลอดภัยสาธารณะ การเฝ้าระวังทางทะเล และความมั่นคงแห่งชาติ
กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – เทคโนโลยีการวิเคราะห์ข้อมูลดาวเทียมขั้นสูงของ สเปซ ชิฟต์ (Space Shift) เข้าสู่ตลาดประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่าง บริษัท นากาเซ่ (ประเทศไทย) จำกัด จากประเทศญี่ปุ่น และ บริษัท บีทูจี โซลูชั่น จำกัด ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้แทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เพื่อนำแพลตฟอร์มข้อมูลอัจฉริยะจากอวกาศที่มีความเสถียร น่าเชื่อถือ และพร้อมรองรับประเด็นเชิงยุทธศาสตร์ในอนาคต ไปสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานภาครัฐและภาคธุรกิจไทย
ในปัจจุบันตลาดเทคโนโลยีอวกาศของประเทศไทยคาดว่าจะมีมูลค่ามากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่าสามหมื่นล้านบาท โดยเทคโนโลยีดังกล่าวได้รับการพัฒนาเพื่อแปลงข้อมูลดาวเทียมจากแหล่งข้อมูลทั่วโลกให้เป็นข้อมูลเชิงลึกที่สามารถนำไปใช้ปฏิบัติได้จริง เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายและเชิงอุตสาหกรรมที่มีความซับซ้อน ความร่วมมือในครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เหมาะสมอย่างยิ่ง เนื่องจากประเทศไทยกำลังเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัยสาธารณะ การให้บริการภาครัฐที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล รวมถึงการเสริมสร้างความมั่นคงของประเทศ
การวิเคราะห์ข้อมูลดาวเทียมขั้นสูงจะมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนทั้งภาครัฐและภาคเอกชน อาทิ การตรวจสอบและบริหารจัดการการใช้ประโยชน์ที่ดิน การติดตามการเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อม การเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิตทางการเกษตร การเตรียมความพร้อมและการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินระดับชาติ การยกระดับการตระหนักรู้ต่อสถานการณ์ ตลอดจนการสนับสนุนการวางแผนและตัดสินใจด้านโครงสร้างพื้นฐานในทุกมิติ
ทั้งนี้ บริษัท บีทูจี โซลูชั่น จำกัด เป็นบริษัทร่วมค้ากับบริษัท นากาเซ่ (ประเทศไทย) จำกัด ให้ร่วมกันเป็นผู้แทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย สำหรับเทคโนโลยีของ สเปซ ชิฟต์ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2569 การแต่งตั้งดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญในการนำเทคโนโลยีวิเคราะห์ข้อมูลดาวเทียมที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ จากประเทศญี่ปุ่น เข้าสู่ระบบนิเวศของหน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคอุตสาหกรรมไทยอย่างเป็นรูปธรรม
สเปซ ชิฟต์ เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในประเทศญี่ปุ่น ด้านการเปลี่ยนข้อมูลดาวเทียมและข้อมูลเชิงลึกจากอวกาศให้เป็นโซลูชั่นที่นำไปใช้งานได้จริง ด้วยการขับเคลื่อนเทคโนโลยีภายใต้ปรัชญาในการเชื่อมโยง "มุมมองจากอวกาศ" เข้ากับการตัดสินใจในชีวิตประจำวัน บริษัทจึงมุ่งเน้นไปที่การทำให้มนุษย์ โลก และเทคโนโลยี สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างดียิ่งขึ้นผ่านการใช้ข้อมูลอวกาศ
การนำเทคโนโลยีขั้นสูงเข้าสู่ประเทศไทยในครั้งนี้ มิได้อาศัยเพียงนวัตกรรมล้ำสมัยเท่านั้น หากยังต้องอาศัยความเข้าใจอย่างลึกซึ้งต่อบริบทท้องถิ่น โครงสร้างอุตสาหกรรม และภูมิทัศน์ด้านนโยบาย ซึ่ง นากาเซ่ (ประเทศไทย) ในฐานะส่วนหนึ่งของกลุ่มบริษัทนากาเซ่ ได้ตอกย้ำความเชี่ยวชาญ มาตรฐานอุตสาหกรรม และความน่าเชื่อถือในระดับสากลให้แก่ความร่วมมือครั้งนี้
กลุ่มบริษัท นากาเซ่ ก่อตั้งขึ้น ณ เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ในปี พ.ศ. 2375 และมีประวัติศาสตร์การดำเนินธุรกิจยาวนานกว่า 190 ปี ปัจจุบันเติบโตเป็นกลุ่มบริษัทระดับโลกด้านการจัดจำหน่ายเคมีภัณฑ์ การผลิต และการวิจัยและพัฒนา มีบริษัทในเครือกว่า 114 แห่ง บุคลากรมากกว่า 7,000 คน และดำเนินธุรกิจในกว่า 32 ประเทศทั่วโลก ด้วยรายได้ต่อปีประมาณ 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เครือข่ายระดับโลกของนากาเซ่จึงเป็นรากฐานสำคัญในการผลักดันโซลูชันการวิเคราะห์ข้อมูลดาวเทียมของ สเปซ ชิฟต์ สู่การประยุกต์ใช้เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมในประเทศไทย
ดร. มะสะฮิโร มัตสึโมโต หัวหน้าทีมเทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืน ของ นากาเซ่ (ประเทศไทย) กล่าวว่า การวิเคราะห์ข้อมูลดาวเทียมไม่ใช่เทคโนโลยีที่ไกลตัวอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นเครื่องมือที่เป็นประโยชน์และสำคัญ ซึ่งสามารถช่วยให้ภาคอุตสาหกรรม รัฐบาล และชุมชนต่างๆ ตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น โดยความร่วมมือในครั้งนี้ นากาเซ่ มีเป้าหมายที่จะเชื่อมโยงนวัตกรรมของญี่ปุ่นเข้ากับความต้องการที่แท้จริงทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย ได้แก่ การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐาน การดูแลสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืนในขณะเดียวกัน บีทูจี โซลูชั่น ได้นำความเชี่ยวชาญเชิงลึกด้านนโยบายสาธารณะและกรอบกฎหมายกำกับดูแลของประเทศไทย เข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับความร่วมมือ โดยบริษัทก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2562 และได้รับการยอมรับในฐานะที่ปรึกษาด้านกิจการภาครัฐ ซึ่งทำงานใกล้ชิดกับหน่วยงานกำกับดูแล ผู้กำหนดนโยบาย และสถาบันสำคัญ เพื่อช่วยให้องค์กรต่าง ๆ สามารถดำเนินงานภายใต้สภาพแวดล้อมเชิงนโยบายที่ซับซ้อนและสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม
ดร. เก่งการ เหล่าวิโรจนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของ บีทูจี โซลูชั่น กล่าวว่า เทคโนโลยีขั้นสูงจะสร้างผลกระทบที่แท้จริงได้ก็ต่อเมื่อถูกนำมาใช้อย่างสอดคล้องกับบริบทท้องถิ่น ทิศทางนโยบาย และกรอบกฎหมายของประเทศ บีทูจี โซลูชั่น ภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างเทคโนโลยีวิเคราะห์ข้อมูลดาวเทียมที่ขับเคลื่อนด้วยเอไอ ของ สเปซ ชิฟต์ กับวาระการพัฒนาของประเทศไทย ตั้งแต่เมืองอัจฉริยะและเกษตรกรรม ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐาน การจัดการสิ่งแวดล้อม การบริหารจัดการภัยพิบัติ ความปลอดภัยสาธารณะ และการประยุกต์ใช้ด้านความมั่นคง
ด้านนาย นารูโอะ คาเนโมโตะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของ สเปซ ชิฟต์ กล่าวว่า เทคโนโลยีของเราได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้ประโยชน์จากแหล่งข้อมูลดาวเทียมที่มีอยู่ทั่วโลก และสกัดออกมาเป็นข้อมูลอัจฉริยะที่สามารถนำไปใช้งานได้จริงผ่านการวิเคราะห์ขั้นสูงและปัญญาประดิษฐ์ โดยเรามุ่งหวังที่จะสนับสนุนหน่วยงานภาครัฐและภาคธุรกิจของไทยผ่านความร่วมมือนี้ ด้วยข้อมูลเชิงลึกจากอวกาศที่แม่นยำและเชื่อถือได้ เพื่อการตรวจสอบ การบริหารจัดการความเสี่ยง ความปลอดภัยสาธารณะ การวางแผนระยะยาวและความยั่งยืน
การแต่งตั้งบริษัทร่วมทุน นากาเซ่-บีทูจี ให้เป็นผู้แทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียว สะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาวต่อตลาดเทคโนโลยีอวกาศที่กำลังเติบโตในประเทศไทย ด้วยการผสมผสานความเป็นเลิศทางเทคโนโลยีของญี่ปุ่น ความแข็งแกร่งทางอุตสาหกรรมของนากาเซ่ และความเชี่ยวชาญด้านนโยบายของ บีทูจี ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นการสนับสนุนประเทศไทยในการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล ความยั่งยืน และนวัตกรรมขั้นสูง เพื่อให้ข้อมูลอัจฉริยะจากดาวเทียมกลายเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจในชีวิตประจำวัน ช่วยให้ประเทศสามารถวางแผนได้อย่างชาญฉลาด ตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว และเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว








ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น