เจาะเบื้องหลังความสำเร็จของ The 1 Day 2026 จากแคมเปญสู่ Shopping Phenomenon
ในวันที่ "โปรโมชั่น" เพียงอย่างเดียว อาจไม่เพียงพอที่จะกระตุ้นการใช้จ่ายอีกต่อไป Loyalty Marketing จึงกำลังก้าวสู่ยุคใหม่ เมื่อผู้บริโภคไม่ได้มองหาความคุ้มค่าเพียงในรูปแบบของส่วนลด แต่ยังให้ความสำคัญกับการสร้างความรู้สึกร่วมและการมีส่วนร่วมกับแบรนด์ แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนผ่านความสำเร็จของ The 1 Day 2026 ซึ่งยกระดับจาก Campaign ประจำปีสู่ Shopping Phenomenon ของประเทศไทย สร้างยอดขายเติบโต 60% สูงที่สุดในรอบ 3 ปี มีสมาชิกลงทะเบียนเข้าร่วมแคมเปญกว่า 200,000 ราย และมียอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนเพิ่มขึ้น 30% จากปีก่อน จากการผสานกลยุทธ์ Experience-driven Loyalty เข้ากับความแข็งแกร่งของ Ecosystem ภายใต้กลุ่มเซ็นทรัล จนเปลี่ยน Engagement ของสมาชิก The 1 ให้เป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดผลได้จริง
หัวใจสำคัญของความสำเร็จนี้ คือการที่ The 1 ผู้นำด้านดิจิทัลไลฟ์สไตล์และลอยัลตี้ในฐานะ Center of Life Platform อันดับ 1 ของไทย และ 5 อันดับแรกของเอเชีย ภายใต้กลุ่มเซ็นทรัล นำแนวคิด Experience-driven Loyalty มาต่อยอดผ่าน Ecosystem ของกลุ่มเซ็นทรัล เชื่อมโยงธุรกิจ สิทธิประโยชน์ กิจกรรม และประสบการณ์เข้าไว้ด้วยกัน จนทำให้แคมเปญไม่ได้เป็นเพียงช่วงเวลาของการ "ลดราคา" แต่กลายเป็นอีเวนต์ที่ผู้บริโภคร่วมรอคอยในทุกปี
สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ ความสำเร็จของ The 1 Day 2026 เกิดขึ้นในช่วงเดือนพฤษภาคม ซึ่งถือเป็น Market Gap ของธุรกิจค้าปลีก เป็นช่วงเวลาที่กำลังซื้อของผู้บริโภคมักชะลอตัว เพราะผู้บริโภคเพิ่งผ่านการใช้จ่ายครั้งใหญ่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ และก่อนเข้าสู่มหกรรม Mid-Year Sale ซึ่งเป็นฤดูกาลช้อปปิ้งสำคัญในเดือนถัดไป อย่างไรก็ตาม The 1 สามารถเปลี่ยนช่วงเวลาที่ท้าทายนี้ให้กลายเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญของการใช้จ่าย สะท้อนให้เห็นว่า หากแบรนด์สามารถสร้าง "ประสบการณ์" ที่มีคุณค่าได้มากพอ ก็สามารถสร้างดีมานด์ใหม่ขึ้นมาได้ แม้ในช่วงเวลาที่ตลาดไม่ได้เอื้ออำนวย
ผลลัพธ์ของการผสาน Experience-driven Loyalty เข้ากับ Ecosystem ที่ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ ปรากฏผ่านพฤติกรรมการใช้จ่ายของสมาชิกใน The 1 Day 2026 โดยข้อมูลจาก The 1 พบว่า 3 อันดับหมวดสินค้าที่มีผู้ใช้จ่ายมากที่สุด ได้แก่ ผักผลไม้ เสื้อผ้าแฟชั่น และอุปกรณ์ก่อสร้าง ขณะที่บิลที่มียอดใช้จ่ายสูงที่สุดเป็นเครื่องประดับจิวเวลรี่ สกินแคร์ และนาฬิกาลักชัวรี สะท้อนว่าแคมเปญสามารถกระตุ้นการใช้จ่ายได้ครอบคลุมตั้งแต่สินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงสินค้าลักชัวรี ทั้งในห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าทั่วประเทศไทย สะท้อนศักยภาพของ Ecosystem ภายใต้กลุ่มเซ็นทรัล ที่เชื่อมโยงทุกธุรกิจให้กลายเป็นประสบการณ์การช้อปที่ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ของการใช้ชีวิต
อีกหนึ่งจุดสำคัญคือ The 1 Day 2026 สามารถออกแบบประสบการณ์แบบ End-to-End โดยมีสมาชิกเป็นศูนย์กลางได้อย่างแท้จริง ตั้งแต่การสร้างการรับรู้ การลงทะเบียนผ่านปุ่ม Join All บน The 1 App ที่ช่วยให้สมาชิกลงทะเบียนเพียงครั้งเดียวก็สามารถเข้าร่วมทุกกิจกรรมได้ ตั้งแต่การสะสมยอด การรับและใช้คูปอง ไปจนถึงประสบการณ์ที่หน้าร้าน ซึ่งทีมปฏิบัติการและพนักงานทั่วประเทศร่วมกันส่งมอบประสบการณ์ในมาตรฐานเดียวกัน ทำให้ทุกขั้นตอนของ Customer Journey เชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่อ
ผลลัพธ์สะท้อนผ่าน Engagement ของสมาชิก โดยกว่าครึ่งของผู้เข้าร่วมแคมเปญสามารถสะสมยอดใช้จ่ายจนได้รับสิทธิประโยชน์ และกลับมาใช้คูปองต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่าประสบการณ์ที่ออกแบบไว้อย่างไร้รอยต่อสามารถกระตุ้นการมีส่วนร่วมได้จริง ขณะเดียวกัน คะแนนความพึงพอใจของสมาชิกยังอยู่ในระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มจัดแคมเปญ The 1 Day จากการนำ Feedback ของสมาชิกในแต่ละปีมาพัฒนาประสบการณ์อย่างต่อเนื่อง
มากไปกว่านั้น The 1 ยังต่อยอด Experience-driven Loyalty ผ่าน The 1 Day Mini Showcase นำกิจกรรม มินิคอนเสิร์ต และประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟไปสู่จังหวัดต่าง ๆ ทุกหัวเมืองทั่วประเทศ เปิดโอกาสให้สมาชิกในแต่ละพื้นที่ได้สัมผัสประสบการณ์ของแคมเปญอย่างใกล้ชิด ควบคู่กับการรับสิทธิประโยชน์จากธุรกิจในกลุ่มเซ็นทรัลภายในพื้นที่เดียวกัน ส่งผลให้ยอดขายเติบโตทั้งในจังหวัดที่จัดกิจกรรมและจังหวัดใกล้เคียง ตอกย้ำว่าเมื่อประสบการณ์เข้าถึงสมาชิกได้ในระดับพื้นที่ ก็สามารถสร้างทั้ง Engagement และการใช้จ่ายได้อย่างเป็นรูปธรรม
อีกหนึ่งหัวใจของ Experience-driven Loyalty คือการออกแบบประสบการณ์ให้สอดคล้องกับความสนใจของสมาชิกในแต่ละช่วงเวลา แนวคิดดังกล่าวสะท้อนผ่านการเลือก PP KRIT ศิลปินไทยที่ได้รับความนิยมทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ มาเป็นไฮไลต์ของกิจกรรม ONE DAY with PP KRIT Presented by Central The 1 Credit Card เพราะหัวใจของ Experience-driven Loyalty คือการสร้างประสบการณ์ที่ตรงใจสมาชิกมากที่สุด การเชื่อมโยงประสบการณ์การช้อปเข้ากับศิลปินที่ผู้บริโภครู้สึกผูกพัน จึงช่วยสร้าง Engagement ในวงกว้าง และมีส่วนผลักดันให้ The 1 Day 2026 ทำสถิติยอดขายและการมีส่วนร่วมสูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มจัดแคมเปญ
ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า ความสำเร็จของ Experience-driven Loyalty ไม่ได้เกิดจากการสร้างประสบการณ์เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการมี Ecosystem ที่แข็งแกร่งพอจะเชื่อมโยงทุกธุรกิจ ทุก Touchpoint และทุกช่วงของ Customer Journey ให้ทำงานร่วมกันเป็นระบบ
The 1 Day 2026 จึงเป็นตัวอย่างของการนำ Ecosystem มาใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยเชื่อมโยงทุกองค์ประกอบให้ทำงานส่งต่อกัน ตั้งแต่การสร้างการรับรู้ การสร้างความสะดวกในการเข้าร่วม การกระตุ้นการใช้จ่าย การพัฒนาประสบการณ์จาก Feedback ไปจนถึงการขยายประสบการณ์สู่ผู้บริโภคทั่วประเทศ นี่คือบทพิสูจน์ว่า Experience-driven Loyalty สามารถสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดผลได้จริง นี่คือจุดที่ทำให้ Experience-driven Loyalty สามารถเปลี่ยนจากแนวคิดทางการตลาดให้กลายเป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดผลได้จริง จากนี้จึงน่าจับตาว่า The 1 Day จะเติบโตไปได้ไกลเพียงใด และจะยกระดับ Experience-driven Loyalty สู่ปรากฏการณ์ครั้งใหม่ของวงการรีเทลไทยในรูปแบบใดต่อไป
The 1 Day 2026 by Numbers
นอกจากผลลัพธ์ทางธุรกิจ The 1 Day 2026 ยังสะท้อนพฤติกรรมการช้อปของสมาชิกผ่านข้อมูลที่น่าสนใจ ดังนี้
• โปรไฟล์นักช้อป: 1 ใน 2 ของยอดใช้จ่ายทั้งหมดมาจากกลุ่ม SINKs (Single Income No Kids) และ DINKs (Double Income No Kids) ส่วนกลุ่ม Family Segment ยอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนสูงที่สุด สูงกว่าค่าเฉลี่ย 2 เท่า
• 3 อันดับหมวดสินค้าขายดี ได้แก่ ผักผลไม้ เสื้อผ้าแฟชั่น และอุปกรณ์ก่อสร้าง
• บิลที่มียอดใช้จ่ายสูงที่สุด ได้แก่ เครื่องประดับจิวเวลรี่ สกินแคร์ และนาฬิกาหรูลักชัวรี สะท้อนศักยภาพของกำลังซื้อในกลุ่มสมาชิกระดับบน
• กว่า 1 ใน 2 ของการใช้จ่ายทั้งหมดมาจากต่างจังหวัด โดยจังหวัดที่สร้างยอดขายสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ สงขลา และชลบุรี สะท้อนว่า The 1 Day ได้กลายเป็นเทศกาลการช้อปที่ได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคทั่วประเทศ










ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น