กรมวิทย์ฯ ร่วมกับ จุฬาฯ ผลิตสารละลายไฟโบรอินไหมปราศจากเชื้อ เพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ - Wellness Times News

Breaking

Home Top Ad

POST TOP AD

วันพฤหัสบดีที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2564

กรมวิทย์ฯ ร่วมกับ จุฬาฯ ผลิตสารละลายไฟโบรอินไหมปราศจากเชื้อ เพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดย สำนักวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์   และศูนย์เซลล์ต้นกำเนิดและเวชศาสตร์ฟื้นฟูสภาวะเสื่อม สถาบันชีววิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ ได้ร่วมกับหน่วยปฏิบัติการวิจัยวิศวกรรมชีววัสดุเพื่อการแพทย์และสุขภาพ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พัฒนากระบวนการผลิตสารละลายไฟโบรอินไหมปราศจากเชื้อจากรังไหมไทย ตามมาตรฐานสากล เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบตั้งต้น สำหรับผลิตวัสดุ    และเครื่องมือทางการแพทย์ พร้อมรับมอบใบรับรองมาตรฐานระบบบริหารคุณภาพกระบวนการผลิตเครื่องมือแพทย์  ISO 13485 : 2016 ณ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า ศูนย์เซลล์ต้นกำเนิดและเวชศาสตร์ฟื้นฟูสภาวะเสื่อม เป็นหน่วยงานสังกัดกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ดำเนินการวิจัยและพัฒนางานด้านเซลล์ต้นกำเนิดครบวงจร เพื่อใช้ในการศึกษาวิจัยทางคลินิกมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 โดยมีอาคารปฏิบัติการเซลล์ต้นกำเนิด (Stem cells laboratory)  ที่มีความพร้อมในการจัดเตรียมและเพาะเลี้ยงเซลล์ต้นกำเนิดตามมาตรฐานสากล GMP และมีการนำเซลล์ไปศึกษาวิจัยทางคลินิกร่วมกับสถาบันอื่นๆ จึงเป็นแม่แบบในการเพาะเลี้ยงเซลล์ต้นกำเนิดที่ได้รับการยอมรับทั้งในและต่างประเทศ สำหรับความร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยครั้งนี้ได้ดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องของกระบวนการผลิต คุณลักษณะทางเคมีและทางกายภาพของสารละลายไฟโบรอินไหมไทย ภายใต้มาตรฐานระบบบริหารคุณภาพกระบวนการผลิตเครื่องมือแพทย์ ISO 13485 : 2016 เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นมีคุณภาพที่เหมาะสม ปราศจากการปนเปื้อนและปลอดภัย ซึ่งผลจากการตรวจสอบของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พบว่า ผลิตภัณฑ์ที่ได้มีคุณสมบัติที่เหมาะสม  โดยปราศจากการปนเปื้อนสารเอนโดท็อกซินและเชื้อจุลชีพ ส่วนคุณลักษณะทางเคมีและทางกายภาพ พบว่า ได้โปรตีนบริสุทธิ์มากกว่า 99.9% ศ.ดร.อนงค์นาฏ สมหวังธนโรจน์ รองคณบดีฝ่ายวิจัย คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  กล่าวเพิ่มเติมว่า ทีมนักวิจัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำทีมโดย รศ.ดร.โศรดา กนกพานนท์ ได้วิจัยและพัฒนาการใช้ไฟโบรอินไหมไทยเพื่องานทางการแพทย์และสุขภาพมาอย่างต่อเนื่องกว่า 12 ปี ด้วยวิธีการเตรียมสารละลายไฟโบรอินจากรังไหมไทยแท้ สายพันธุ์นางน้อยศรีสะเกษ 1 ที่ได้รับความร่วมมือในการผลิตและเลี้ยงไหมแบบควบคุม โดยศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ (นครราชสีมา) กรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนำมาสกัดเป็นโปรตีนไฟโบรอินไหมบริสุทธิ์ 99.9% ที่สะอาดปลอดเชื้อและสารเอนโดท็อกซิน สามารถนำไปใช้ในการผลิตวัสดุทางการแพทย์ เภสัชกรรม และเครื่องสำอาง อาทิ อนุภาคกระดูกเทียม แผ่นไหมปิดแผลสมานเซลล์ผิวหนังให้แผลหายเร็ว ผิวหนังเทียม รวมถึงการพัฒนาระบบนำส่งยาที่สามารถควบคุมการปลดปล่อยของยาหรือสารออกฤทธิ์ในปริมาณและระยะเวลาที่กำหนด จุดเด่นของผลิตภัณฑ์นี้ คือ เป็นโปรตีนธรรมชาติที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกว่าเป็นมิตรต่อร่างกาย สามารถย่อยสลายได้ในร่างกาย มีความแข็งแรงคงตัวมากกว่าโปรตีนชนิดอื่น เช่น คอลลาเจน เจลาติน เป็นต้น   ที่สำคัญผลิตภัณฑ์นี้ถือว่าเป็นวัตถุดิบต้นน้ำ สำหรับอุตสาหกรรมการแพทย์เกรดสูงที่ใช้วัตถุดิบภายในประเทศ และพัฒนาโดยทีมนักวิจัยไทย “ปัจจุบันทีมนักวิจัยจาก 2 หน่วยงานมีความพร้อมในการต่อยอดงานวิจัย สู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์อนุภาคกระดูกเทียมแบบหลายหน้าที่ (multi-functional bone substitute) จากโปรตีนไหมไทยและแคลเซียมฟอสเฟต ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการด้านการผลิต รวมถึงการทดสอบความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล เพื่อเข้าสู่การรับรองและการศึกษาวิจัยทางคลินิกในลำดับต่อไป การผลิตผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์นี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาพยาบาลผู้ป่วย ลดค่าใช้จ่ายในการนำเข้าสินค้าราคาแพงจากต่างประเทศ เพิ่มโอกาสให้กับผู้ป่วยในการเข้าถึง การรักษาพยาบาล ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพให้กับประชาชนไทยแล้วยังเป็นการยกระดับ และสร้างมูลค่าให้กับรังไหมไทย   ซึ่งเป็นผลผลิตทางการเกษตรของไทยสู่อุตสาหกรรมการแพทย์อีกด้วย” นายแพทย์ศุภกิจ กล่าวทิ้งท้าย 



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad